
คมนาคมเปิดลงทะเบียน ธ.ค.นี้ รถไฟฟ้า 17-45 บาท เริ่ม 1 ม.ค.70
คมนาคมเตรียมเปิดลงทะเบียนผ่านเป๋าตัง ธ.ค.นี้ รับสิทธิรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย ดีเดย์ 1 ม.ค. 2570 ดึงบัตร Rabbit Card ร่วมระบบ อำนวยความสะดวกช่วงเปลี่ยนผ่าน
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมจะเริ่มใช้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
- เปิดให้ประชาชนสัญชาติไทยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิในเดือนธันวาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยใช้บัตรประชาชนผูกกับบัตร EMV หรือบัตรแรบบิท
- ผู้โดยสารต้องชำระค่าโดยสารในราคาปกติไปก่อน จากนั้นรัฐบาลจะโอนเงินส่วนต่างคืนให้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
กระทรวงคมนาคม ขับเคลื่อนนโยบายตั๋วร่วม 17–45 บาทตลอดสาย
กระทรวงคมนาคม เดินหน้าผลักดันนโยบายระบบตั๋วร่วม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า
กระทรวงฯ ยังคงเป้าหมายการดำเนินนโยบาย อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย โดยจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
เงื่อนไขการลงทะเบียนและการรับสิทธิ
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ กระทรวงคมนาคมกำหนดให้ สิทธิเฉพาะประชาชนสัญชาติไทยเท่านั้น
จะเปิดระบบให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการใน เดือนธันวาคม 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
ประชาชนจะต้องนำ บัตรประจำตัวประชาชน มาลงทะเบียนพร้อมกับบัตรที่ใช้เดินทางจริง ได้แก่ บัตรเครดิต/เดบิตระบบ EMV หรือ บัตร Rabbit Card เพื่อยืนยันตัวตนและผูกบัญชีสำหรับรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร
กลไกการชำระเงินและงบประมาณสนับสนุน
รูปแบบการจัดเก็บค่าโดยสาร จะไม่เข้าไปแทรกแซงโครงสร้างราคาหรือเงื่อนไขสัมปทานเดิมของผู้ให้บริการเอกชน
ผู้รับสัมปทาน เช่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) จะยังคงได้รับรายได้ตามเงื่อนไขสัญญาปกติ ซึ่งจากการหารือร่วมกันแล้วทุกฝ่ายไม่มีข้อขัดแย้ง
เปิดกระบวนการใช้งาน
ผู้โดยสารแตะจ่ายค่าโดยสารในอัตราปกติเต็มจำนวนไปก่อน ในขณะที่เดินทาง
รัฐบาลจะดำเนินการโอนเงินส่วนต่างคืนเข้าสู่แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ให้แก่ประชาชนโดยตรงภายหลังการเดินทาง
ด้านงบประมาณชดเชยส่วนต่าง กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอขอรับการจัดสรร งบกลางจำนวน 5,800 ล้านบาท ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการประสานงานร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาระบบชำระเงินและระบบโอนเงินคืนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งในรูปแบบการผูกบัตร EMV ทุกประเภท และการเชื่อมต่อระบบเข้ากับบัตร Rabbit Card ให้มีความพร้อมและครอบคลุม
มาตรการระยะสั้น 1 ปี ดึง "Rabbit Card" ช่วยเปลี่ยนผ่านระบบ
เพื่อรองรับพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มีปริมาณการเดินทางกว่า 7 แสนคนต่อวัน กระทรวงฯ ได้กำหนดมาตรการระยะสั้นเป็นเวลา 1 ปีแรก อนุญาตให้นำบัตร Rabbit Card มาลงทะเบียนผูกสิทธิได้
เนื่องจากปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเขียวยังไม่ได้โอนสิทธิการบริหารมาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
ทำให้ไม่สามารถติดตั้งหัวอ่านบัตร EMV ครบทุกช่องทางได้ โดยในระยะแรกจะติดตั้งหัวอ่าน EMV เป็นประตูพิเศษ (Swing Gate) เพียงไม่กี่ช่องทางต่อสถานี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความแออัดบริเวณสถานีใหญ่
การอนุญาตให้ใช้บัตร Rabbit Card ร่วมด้วยจึงช่วยบรรเทาความแออัดและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนปรับตัว
ข้อกำหนดเส้นทางและเป้าหมายระยะยาว
สำหรับการใช้บัตร Rabbit Card รับสิทธิตามมาตรการ มีเงื่อนไขเส้นทางดังนี้
เส้นทางที่รองรับบัตร Rabbit Card: สามารถแตะรับสิทธิอัตรา 17–45 บาทตลอดสายได้เฉพาะการเดินทางใน สายสีเขียว, สายสีทอง, สายสีเหลือง และสายสีชมพู เท่านั้น
เส้นทางเชื่อมต่อระบบอื่น: หากมีการเดินทางข้ามโครงข่ายไปยังรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น สายสีน้ำเงิน หรือ สายสีม่วง ผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนมาแตะจ่ายด้วยบัตร EMV เพื่อรับสิทธิตามระบบ
กระทรวงคมนาคมระบุย้ำว่า การเปิดให้ใช้บัตร Rabbit Card เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวในช่วง 1 ปีแรกเท่านั้น
เป้าหมายสูงสุดของนโยบายตั๋วร่วม คือการปรับเปลี่ยนระบบหัวอ่านของสถานีรถไฟฟ้าทุกสายทางให้รองรับระบบ EMV ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแตะจ่ายด้วยบัตร EMV ใบเดียวได้ครอบคลุมทั้งระบบในอนาคต







