posttoday
เปิดพฤติการณ์ขบวนการ 'คดีทิพย์' อายัดตัว 'ผู้ต้องกักตม.สวนพลู' ก่อนปล่อยประกันหนี

เปิดพฤติการณ์ขบวนการ 'คดีทิพย์' อายัดตัว 'ผู้ต้องกักตม.สวนพลู' ก่อนปล่อยประกันหนี

02 พฤศจิกายน 2569

“สส.โตโต้” เปิดพฤติการณ์ ขบวนการ 'คดีทิพย์' สร้างผู้เสียหายปลอมแจ้งความ ใช้หมายจับอายัดตัวผู้ต้องกักออกจากตม.สวนพลู พบจ่ายค่าดำเนินการ 2-10 ล้านบาท

กรณีการตรวจสอบผู้ต้องกักชาวต่างชาติหายตัวไปจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สวนพลู กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำนวนรวม 529 คน ในช่วงปี 2561 ถึงต้นปี 2569 นั้น

 

นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือ “สส.โตโต้” ในฐานะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงพฤติการณ์ของขบวนการที่เกี่ยวข้องว่า มีการสร้างคดีทิพย์ขึ้นมาเพื่อขออายัดตัวผู้ต้องกักชาวต่างชาติออกจาก ตม.สวนพลู ก่อนดำเนินการให้ประกันตัวและหลบหนีไปในที่สุด

 

เปิดกลไกสร้างคดีทิพย์ ใช้ผู้เสียหายปลอมแจ้งความ

นายปิยรัฐระบุว่า กระบวนการดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยใช้วิธีสร้างคดีทิพย์ขึ้นมา มีการจัดทำผู้เสียหายทิพย์ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตามสถานีตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกกักตัวอยู่ที่ ตม.สวนพลู

 

โดยส่วนใหญ่เป็นการแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และบางส่วนอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 จากนั้นจะนำหมายจับไปยื่นขออายัดตัวผู้ต้องหาจาก ตม.สวนพลู เพื่อนำตัวออกมาดำเนินคดีตามกระบวนการ

 

จากการตรวจสอบพบว่า มีคดีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในสังกัด บช.น. จำนวน 204 คดี โดยส่วนใหญ่เป็นคดีอนาจารหรือคดีที่สามารถยอมความกันได้ เมื่อสามารถขออายัดตัวผู้ต้องกักออกมาได้แล้ว ก็จะดำเนินการให้ประกันตัว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีการประกันตัวไปในที่สุด

 

สำหรับพื้นที่ที่พบจำนวนคดีดังกล่าว เช่น สน.หัวหมาก มีประมาณกว่า 40 คดี และ สน.บางนา จำนวน 18 คดี

เหิมจัด! ใช้หมายจับปลอมขออายัดตัวผู้ต้องกัก

นายปิยรัฐกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน พฤติการณ์ดังกล่าวเคยปรากฏเป็นข่าว และทางศาลได้รับทราบถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ในระยะหลังศาลไม่อนุมัติหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวโดยง่ายเหมือนที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการเดิมทำได้ยากขึ้น กลุ่มที่เกี่ยวข้องจึงเปลี่ยนวิธีการไปใช้การจัดทำหมายจับปลอมขึ้นมาแทน เมื่อศาลทราบเรื่อง จึงมีการดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการปลอมหมายจับไปแล้วหลายราย

 

จ่าย2-10 ล้านบาท แลกอิสรภาพหนีคดี

สำหรับค่าดำเนินการในขบวนการดังกล่าว นายปิยรัฐเปิดเผยว่า มีการเรียกเก็บเงินตั้งแต่ 2-10 ล้านบาท เนื่องจากผู้ต้องหาหลายรายเป็นกลุ่มจีนเทา เคยมีคดีเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และบางรายมีหมายแดงของตำรวจสากล (Interpol Red Notice)

 

โดยผู้ต้องหาบางคนหากถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน อาจต้องเผชิญโทษประหารชีวิต ทำให้การจ่ายเงินจำนวนหลายล้านบาทเพื่อให้สามารถออกจากห้องกักและหลบหนีออกไปได้ กลายเป็นสิ่งที่ผู้ต้องหามองว่าคุ้มค่ากับการแลกเพื่อเอาชีวิตรอด

 

เมื่อหลบหนีออกไปได้แล้ว ก็สามารถกลับไปหลอกลวงเหยื่อเพื่อหาเงินต่อได้ โดยนายปิยรัฐระบุว่า เพียงไม่กี่วันก็อาจได้เงินกลับคืนมาแล้ว จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนกลุ่มนี้

จากคดีพ่อทิพย์ในพัทยา สู่ผู้ต้องกักหายไร้ร่องรอย

นายปิยรัฐเปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบกรณีผู้ต้องกักหายตัวไปจาก ตม.สวนพลู มาจากการตรวจสอบกระบวนการพ่อทิพย์ ซึ่ง กมธ.กฎหมายฯ เคยลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีครอบครัวหนึ่งที่มีเด็กชาวจีนพี่น้อง 3 คน ได้รับสัญชาติไทยจากขบวนการพ่อทิพย์ และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

 

ครอบครัวดังกล่าวมีพ่อแม่เป็นชาวจีน โดยผู้เป็นพ่อชื่อ “อาคุณ” ซึ่งมีฐานะร่ำรวย

 

จากการตรวจสอบพบว่า นายอาคุณเคยมีคดีหลบหนีเข้าเมือง และเคยถูกควบคุมตัวอยู่ที่ ตม.สวนพลู เพื่อเตรียมผลักดันส่งกลับประเทศจีน แต่ปรากฏว่าล่าสุดยังคงพักอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่ในเมืองพัทยา

 

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นายอาคุณสามารถออกจากห้องกัก ตม.สวนพลู ได้อย่างไร และเหตุใดจึงไม่ถูกส่งตัวกลับประเทศจีนตามกระบวนการ เมื่อมีการตรวจสอบจึงพบว่า ใช้กระบวนการสร้างคดีทิพย์เพื่อขออายัดตัวออกจากห้องกัก ก่อนหลบหนีในชั้นประกันตัวระหว่างการสอบสวน

 

จากกรณีดังกล่าวจึงนำไปสู่การตรวจสอบย้อนหลังว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องกักที่หายตัวไปจาก ตม.สวนพลู ทั้งหมดกี่คน รวมถึงติดตามความคืบหน้าการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวว่า มีการตรวจสอบและดำเนินคดีไปแล้วอย่างไรบ้าง

 

กมธ.กฎหมายฯ จี้ตำรวจแจงปมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

นายปิยรัฐระบุว่า ก่อนหน้านี้ กมธ.กฎหมายฯ ได้ทำหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดกับตำรวจที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

 

โดยได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเชิญมาให้ข้อมูลต่อ กมธ.กฎหมายฯ ในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวแทนมาแจ้งว่า อยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนถ่ายและโยกย้ายตำแหน่งผู้บังคับบัญชา จึงยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้าชี้แจง

 

จากนั้นจึงมีการเลื่อนนัดให้เข้าชี้แจงในวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่กลับมอบหมายให้พันตำรวจโทนายหนึ่งเข้ามาชี้แจงแทน ทำให้ กมธ.กฎหมายฯ ยังไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชี้แจงเป็นครั้งที่ 3 เมื่อใด หากยังไม่ได้รับความร่วมมือ อาจพิจารณาใช้กฎหมายว่าด้วยอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามอำนาจที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาให้ข้อมูลต่อไป

ข่าวล่าสุด

TRUE โชว์กำไร Q3/69 นิวไฮ 6.7 พันล้าน โต 324% ปันผล 0.16 บาท

TRUE โชว์กำไร Q3/69 นิวไฮ 6.7 พันล้าน โต 324% ปันผล 0.16 บาท