
นายกฯ เปิดพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ต่อยอดเกษตร-ท่องเที่ยวระยะยาว
นายกฯ เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 หนุนเศรษฐกิจ BCG เชื่อมเกษตรกรกับโอกาสธุรกิจ วางแผนใช้พื้นที่หลังจบงานเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมนานาชาติ
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 โดยรัฐบาลมุ่งใช้เป็นเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเกษตร พัฒนาตลาด และสร้างโอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ
- งานนี้เป็นโอกาสแสดงศักยภาพด้านพืชสวนและเกษตรกรรมของไทย และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG
- มีแผนต่อยอดการใช้พื้นที่หลังจบงานให้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนในระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
โดยรัฐบาลมุ่งใช้เวทีดังกล่าวเชื่อมความร่วมมือด้านเกษตร พัฒนาตลาด และสร้างโอกาสให้ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ พร้อมวางแผนต่อยอดการใช้พื้นที่หลังสิ้นสุดการจัดงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 134 วัน เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก และแสดงศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
สาระสำคัญของงานยังครอบคลุมความเชื่อมโยงระหว่างพืช น้ำ และผู้คน ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุ์พืชและพื้นที่ชุ่มน้ำ
การรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาคุณภาพผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นการพัฒนาที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกัน
โดยมหกรรมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานจากนานาประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือ เพื่อต่อยอดสู่ตลาดและโอกาสทางธุรกิจ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลต้องการให้ประโยชน์จากการจัดงานกระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงแรม และธุรกิจบริการ
ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของจังหวัดอุดรธานีในฐานะแหล่งเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว
สำหรับการใช้พื้นที่หลังสิ้นสุดงาน มีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน พื้นที่จัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมทางการเกษตร
รวมถึงรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ โดยดำเนินการควบคู่กับการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้การลงทุนและความร่วมมือสร้างประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เกษตรกร ชุมชน และประชาชนที่ร่วมเตรียมการจัดงาน
พร้อมขอให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพดูแลผู้มาเยือน เพื่อให้ประโยชน์จากมหกรรมครั้งนี้ส่งถึงประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการจัดมหกรรมพืชสวนโลกในอนาคตที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยแสดงความมั่นใจว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ให้ภาคเกษตร และสนับสนุนให้การพัฒนาการเกษตรเป็นวาระสำคัญของประเทศ







